คำทักทายในภาษาญี่ปุ่น
1) Ohayoo gozaimasu.(อรุณสวัสดิ์) ใช้เป็นคำทักทายตั้งแต่ตื่นนอนในตอนเช้า
จนกระทัถึงเวลาประมาณ 10.00น.เมื่อพูดกับบุคคลสนิทสนมกัน หรือ ผู้น้อย
พูดว่า Ohayoo เท่านั้นพอ
2) K onnichiwa.(ทิวาสวัสดิ์) ใช้ทักทายในเวลากลางวันไม่เคร่งครัดนักว่าตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง
3) Konbanwa.(สายัณห์สวัสดิ์) เป็นคำทักทายตั้งแต่ตอนเย็นจนถึงกลางคืน
4) Oyasuminasai.(ราตรีสวัสดิ์) เป็นคำทักทายเมื่อจากกันตอนดึกๆหรือก่อนจะเข้านอน
5)Sayoonara(ลาก่อน)ใช้เป็นคำอำลาเมื่อจะจากกันหากต้องการจะบอกความรู้สึกว่าอยากจะพบกันอีกซึ่งตรงกับสำนวนไทยว่าพบกันใหม่ก็ให้กล่าวว่า Mata aimashoo.
6)O-genki desu ka.(สบายดีหรือครับ/คะ) genki แปลว่า
สบายดี มีสุขภาพแข็งแรง มีชีวิตชีวา เมื่อจะทักทายผู้คนอย่างสุภาพให้พูดว่า
o-genki desu ka.แต่เวลาตอบให้ตอบว่า genki desu.โดยให้ละ o เอาไว้
คำว่า o ใช้เติมข้างหน้าคำบางคำเพื่อทำให้เป็นคำสุภาพ
7) Arigatoo gozaimasu.(ขอบคุณครับ/ค่ะ) เป็นคำแสดงความขอบคุณ
บางครั้งอาจเติมคำว่า doomo(มาก)ไว้ข้างหน้าเป็น doomo arigatoo gozaimasu.ซึ่งจะแสดงคำขอบคุณมากยิ่งขึ้นเมื่อพูดกับบุคคลที่สนิทสนม
หรือผู้น้อยใช้ว่า doomo arigatoo หรือ arigatoo เท่านั้นพอบางครั้งคนญี่ปุ่นอาจพูดเพียงคำว่า
doomo และละคำข้างหลังเอาไว้ แต่ควรระวังว่าคำที่ละไว้นั้นอาจเป็นคำว่า
arigatooหรืออาจเป็นคำ อื่นๆเช่นsumimasen(ขอโทษ)ฯลฯก็ได้ ทั้งนี้ให้พิจารณาจากสถาณการณ์ในขณะที่พูดนั้น
8) (Iie)doo itashimashite (ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ) ใช้กล่าวตอบคำขอบคุณหรือขอบใจของผู้อื่น
นอกจากนี้ยังมีคำที่มีความหมายว่าไม่เป็นไร อีก2คำคือ kamaimasen และ
daijoobu desu แต่คำทั้งสองนี้ใช้กล่าวในกรณีที่ผู้พูดไม่เดือดร้อน
หรือไม่ถือโทษต่อสิ่งที่คู่สนทนากระทำ
9) sumimasen,gomennasai (ขอโทษครับ/ค่ะ) sumimasen
ใช้กล่าวขอโทษเมื่อจะรบกวน ขอความช่วยเหลือในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเมื่อกระทำผิดพลาด
ส่วน gomennasai ใช้กล่าวขอโทษเมื่อกระทำความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น
คำพูดที่ใช้ในห้องเรียน(สามารถใช้ที่อื่นได้ด้วย)
1) hajimemashoo (เริ่มกันเถอะ)เป็นคำที่ใช้เมื่อจะเริ่มเรียนหรือเริ่มทำอะไรบางอย่าง
mashooซึ่งอยู่ข้างท้ายเป็นรูปชักชวน มีความหมายว่า ....กันเถอะ
2) Yasumimashoo (หยุดพักกันเถอะ)
เป็นคำพูดชักชวนให้หยุดพักสักครู่ในระหว่างการเรียนหรือการกระทำใดๆ
3) Owarimashoo (เลิกกันเถอะ)เป็นคำพูดชักชวนให้จบหรือเลิกกระทำ
อนึ่ง เมื่อจะถามเจตจำนงของคู่สนทนาก็ให้เติมคำว่าKa เข้าที่ท้ายประโยค
ทำให้เป็นประโยคคำถามHai, เป็นคำตอบรับคำถามของคู่สนทนาอย่างสุภาพว่า
ครับ/ค่ะ หากจะตอบปฏิเสธเนื่องจากยังไม่พร้อมจะใช้ว่าChotto matte
kudasai. (กรุณาคอยสักครู่)
4) wakarimashita
ka (เข้าใจไหมครับ/คะ)ใช้เวลาที่จะถามความเข้าใจของอีกฝ่ายหนึ่งมีวิธีถามตอบดังนี้
Wakarimashita ka. เข้าใจไหมครับ/ค่ะ
-Hai,wakarimashita. เข้าใจครับ/ค่ะ
-Iie,wakarimasen. ไม่เข้าใจครับค่ะ
5) Moo ichido(itte
kudasai) (โปรดพูดอีกครั้ง)ใช้พูดเมื่อไม่เข้าใจคำอธิบายหรือคำถามของคู่สนทนาและต้องการให้พูดให้ฟังอีกครั้งหนึ่งจะ
พูดเพียง moo ichido(อีกครั้ง) ก็ได้ เมื่ออยากให้พูดช้าๆให้พูดว่า
Moo ichido yukkuri(itte kudasai) (โปรดพูดช้าๆอีกครั้ง)
6)Isshonidoozo(เชิญพร้อมๆกัน,เชิญด้วยกัน)ใช้พูดชักชวนในความหมายให้ทำในสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยกันโดยผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจกันอยู่แล้วว่า กำลังเชิญ ชวน ให้ทำอะไร
7) Kekkoo desu และ
ii desu เมื่อครูตั้งคำถาม และนักเรียนตอบได้ถูกต้องจะพูดว่า kekkoo
desuหรือ ii desuถ้าไม่ถูกต้องจะพูดว่า chigaimasu และขอให้ระวังด้วยว่าหากพูดว่า
Iie,kekkoo desu. จะมีความหมายว่าไม่ละครับ/ค่ะเป็นการปฏิเสธการชักชวน
ตัวเลข
0 0 zero,rei
1 1 ichi
2 2 ni
3 3 san
4 4 shi,yon
5 5 go
6 6 roku
7 7 shichi,nana
8 8 hachi
9 9 kyuu,ku
10 10 juu
ตั้งแต่ 11 ขึ้นไปก็เพิ่มจำนวนหลักเป็น 10,100,1000,10000 เช่นเดียวกับภาษาไทย
อนึ่งขอให้ระวังการออกเสียงตัวเลขบางตัวเช่น
14 14 juu-shi,juu-yon 70 nanajuu,shichijuu
17 17 juu-shichi,juu-nana 90 kyuujuu
19 19 juu-kyuu,juu-ku 104 hyaku-yon
24 nijuu-shi,nijuu-yon 109 hyaku-kyuu
27 27 nijuu-shichi,nijuu-nana 300 sanbyaku
29 29 nijuu-kyuu,nijuu-ku 400 yonhyaku
40 yonjuu 600 roppyaku
750 nanahyaku-gojuu 800 happyaku
3000 sanzen 4000 yonsen
8000 hassen 10000 ichiman
1000000 hyakuman
|