เรียนภาษาญี่ปุ่น เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ ภาษาญี่ปุ่น nihongo ภาษาญี่ปุ่น japaneseประเทศญี่ปุ่นคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นคนญี่ปุ่นสังคมญี่ปุ่นเกี่ยวกับญี่ปุ่น
Untitled Document
รักเธอ ประเทศไทย
thai Thai japan Japan
 หน้าหลัก
 สถานที่ท่องเที่ยว
 โรงแรมทั่วไทย
 สนามกอล์ฟ
 ร้านอาหาร
 อาหารญี่ปุ่น
 สารบัญเว็บไทย
 มัคคุเทศก์ภาษาญี่ปุ่น
 กินอยู่อย่างไรในญี่ปุ่น
 ห้องสนทนา
 กระดานข่าว
 Sticker Vote
  ช่วยแปล ญี่ปุ่น-อังกฤษ-ญี่ปุ่น
  ดิกชินารี่ ไทย-ญี่ปุ่น / ญึ่ปุ่น-ไทย
  คันจิคืออะไร ?
  มาเรียนภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ
  เกมส์ Flash สนุกๆ

 

บทที่ 2 ไวยากรณ์

       1 การใช้  です

       です นิยมออกเสียงว่า des คือไม่ออกเสียง u ของตัว すแปลว่า เป็น หรือ คือ..สามารถใช้บอกชื่อ คุณสมบัติ อาชีพ หรือ สถานภาพ เป็นต้น..
           เช่น..
              ともだちです。 = เพื่อนค่ะ[ครับ]
              いしゃです。  = เป็นหมอค่ะ[ครับ]
              เมื่อเขียนจบประโยค.. จะใส่เครื่องหมาย "。" หรือว่า まる[มารุ] นั่นเอง เช่นเดียวกับเครื่องหมาย full stopในภาษาอังกฤษ
              รูปปฏิเสธของn. です
              รูปปฏิเสธของ n.です คือ n.ではありません[เด-วะ-อา-ริ-มา-เซ็น]
              อักษรは ในではありませんจะอ่านว่า วะ
          เช่น..
              かいしゃいんではありません。 = ไม่ใช่พนักงานบริษัทค่ะ[ครับ]
              がくせいではありません。    = ไม่ใช่นักเรียนค่ะ[ครับ]

       2  การใช้คำช่วยは

              ตัวはนั้น.. ถ้าเป็นตัวอักษร จะอ่าน ฮะ.. ถูกมั้ย... แต่ถ้าเป็นคำช่วยเมื่อไหร่.. จะอ่านว่า วะ

              หน้าที่

              หน้าที่ของคำช่วย は นั้นคือ แสดงหัวเรื่องของประโยคหรือสิ่งที่ผู้พูดกล่าวถึง [topic of the sentence]               เมื่อผู้พูดต้องการกล่าวถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งก้อจะยกสิ่งนั้นไว้เป็นหัวเรื่องหน้าประโยค แล้วตามด้วยข้อมูลหรือรายละเอียดต่อๆมา
              เช่น..

                     ははは こうむいんです。
                     [แม่(ของฉัน)เป็นข้าราชการ]
                     *はは = ฮะฮะ [แปลว่าแม่..แต่เป็นแม่ของตนเอง]*

                     あきこさんは こうこうせいです。
                      [คุณอากิโกะเป็นนักเรียนมัธยม]
                     *こうこうせい = โคโคเซอิ [แปลว่ามัธยม]*

        3 การใช้คำช่วย sentence か

              か เป็นคำช่วยที่ใส่ท้ายประโยคเพื่อทำให้เป็นประโยคคำถาม
                     เช่น..

                            おとうさんですか。= ใช่คุณพ่อหรือเปล่าคะ
                            さんはチュらーせんせいですか。 = คุณนิภาเป็นครูหรือเปล่าคะ

                     แต่ถ้าเป็นประโยคที่เข้าใจแล้วว่ากำลังคุยถึงอะไรอยู่.. ต้องการถามประมาณว่า แล้วคุณหล่ะ [and you?]
                     หรือไม่ก้อต้องการถามบางสิ่งบางอย่างที่มีเฉพาะ.. ก้อให้ออกเสียง n.は ให้สูงขึ้นอีกนิดนึง เป็นเชิงถาม..
                     เช่น..

                            สมมุติว่าคุยกันว่า..

                                   Aさん :: おはよう。 わたしは A です。 あなたは。
                                   Bさん :: B です。
                                   [คุณA :: สวัสดีค่ะ ฉันชื่อA แล้วคุณหล่ะคะ]
                                   [คุณB :: Bค่ะ]

        4  คำช่วย n. も

                も เป็นคำช่วยที่แปลว่า "ก็, ด้วย" ในเรื่องที่เคยสอนๆมาเนี้ย.. จาใช้วางแทนทีは หลังคำนามที่ยกมาเป็นหัวเรื่อง เป็นรูปประโยค n. も n. です  เพื่อบอกว่า n.         も ก็มีสถานภาพหรือก้อมีคุณสมบัติเช่นนั้นด้วยเหมือนกัน เช่น..

                        Bさんは こうこうせいです。 Aさんも こうこうせいです。
                        คุณBเป็นนักเรียนม.ปลาย คุณAก้อเป็นนักเรียนม.ปลายเหมือนกันค่ะ[ครับ]หรือในบทสนทนา..

                        Aさん :: ちちは ぐんじんです。
                        Bさん ::おかあさんも ぐんじんです。
                        A :: พ่อของฉันเป็นทหารค่ะ
                        คุณB :: แม่ของผมก้อเป็นทหารเหมือนกันครับ

                และคำช่วยもยังสามารถใช้ในประโยคบอกเล่า ปฏิเสธและคำถามอีกด้วย.. ถ้าต้องการแสดงความหมาย "ก้อ,ด้วย" เช่น..

                        Aさんは いしゃではありません。 Bさんも いしゃではありません。
                        คุณ A ไม่ใช่หมอ.. คุณ B ก้อไม่ใช่หมอ

                ในการตอบคำถามที่ใช้も จะใช้も เฉพาะคำตอบที่ต้องการแสดงความหมาย"ก้อ, ด้วย" เช่น..

                        チャンチマさん :: ラッカナ―さんも こうこうせいですか。
                        ソムサクさん :: はい、ラッカナ―さんも こうこうせいです。
                        คุณจันทิมา :: คุณลักขณาก้อเป็นนักเรียนม.ปลายด้วยหรือปล่าวคะ
                        คุณสมศักดิ์ :: คุณลักขณาก้อเป็นนักเรียนม.ปลายครับ

                แต่ถ้าไม่ต้องการแสดงความหมาย "ก้อ, ด้วย" ก็จะใช้ は แทน も เช่น..

                        Aさん :: Cさんも こうこうせいですか。
                        Bさん :: いいえ、 Cさんは こうこうせいではありません。
                        คุณA :: Cก็เป็นนักเรียนม.ปลายด้วยหรือปล่าวคะ
                        คุณB :: ไม่ใช่ค่ะ Cไม่ได้เป็นนักเรียนม.ปลาย

                นอกจากนี้.. もยังสามารถใช้ติดกันได้หลายตัว โดยจะมีความหมายประมาณ "ทั้ง...และ" เช่น..
        Aさんも Bさんも こうこうせいです。

        5 คำช่วยの

                の เป็นคำช่วย ใช้เชื่อมคำนามกับคำนาม โดยn.の จะทำหน้าที่ขยาย n. ตัวหลังซึ่งจะเห็นว่า ลำดับคำต่างกับในภาษาไทย มีวิธีใช้และความหมายดังนี้

                1. n.の แสดงความเป็นเจ้าของ ของn.ตัวหลัง เช่น
                               ボディンさんの お父さんは けいさつかんです。
                                คุณพ่อของคุณบดินทร์เป็นตำรวจค่ะ

                                二パ-さんは ナッタ-さんの お母さんです。
                                คุณนิภาเป็นแม่ของณัฎฐาค่ะ

                   หากต้องการถามถึงบุคคลที่เป็นเจ้าของของคำนามนั้น จะถามด้วย だれ ซึ่งแปลว่า "ใคร"+の เช่น..

                                A :: ピヤさんは だれの お父さんですか。
                                คุณปิยะเป็นพ่อของใครคะ

                                B :: ナッタ-さんの お父さんです。
                                คุณพ่อของณัฎฐาค่ะ

                2. n.の บอกประเภท ชนิด หรือลักษณะของ n.ตัวหลังเช่น..
                                オンヌちャ-せんせいは しゃかいの せんせいです。
                                อาจารย์อนุชาเป็นอาจารย์(สอน)สังคมครับ

                     หากต้องการถามถึงประเภทชนิดหรือลักษณะของคำนามนั้นจะถามด้วยなん ซึ่งแปลว่า"อะไร"+のเช่น..

                                A :: ノンヌットせんせいは なんの せんせいですか。
                                อาจารย์นงนุชเป็นอาจารย์(สอน)อะไรคะ

                                B ::ちりの せんせいです。
                                อาจารย์(สอน)ภูมิศาสตร์ค่ะ

        6 คำช่วย と

                と เป็นคำช่วยที่ใช้เชื่อมคำนามตั้งแต่สองคำขึ้นไป แปลว่า "และ กับ"

                        木(き)の 下(した)に いぬと ねこが います。 
                        มีสุนัขกับแมวอยู่ใต้ต้นไม้ค่ะ

                        やまださんと ジョンさんと すずきさんは エンジニアです。
                        คุณยามาดะคุณจอห์นและคุณซูซูกิเป็นวิศวกรค่ะ

        7 การเรียกชื่อคน

??????????????              โดยปกติแล้ว คนญี่ปุ่นจะเขียนหรือเรียกนามสกุลก่อนแล้วจึงตามด้วยชื่อ เช่น やまかわ ひろし、 たかだ あきこ โดยปกติจะเรียกคนที่ไม่คุ้นเคยด้วยนามสกุล

                        ~さん หรือ ซัง ที่ชอบได้ยินคนญี่ปุ่นเค้าพูดกันนั้นเมื่อเรียกหรือพูดถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะต้องต่อท้ายด้วย~さん ซึ่งคล้ายกับคำว่า คุณ ในภาษาไทยนั่นเอง
                เช่น やまかわさん、あきこさん

                        แต่ในกรณีที่เรียกครู จะใช้คำว่า ~せんせいซึ่งแปลว่า อาจารย์ หรือ ครู แทนคำว่า ~さん เช่น オッブせんせい แต่อย่างไรก้อตาม หากสนิทกันแล้ว
                คนไทยจะละคำว่า คุณ แต่คนญี่ปุ่นก้อยังคงใช้ ~さんต่อไป

                        ~ちゃん หรือ จัง นั้น โดยส่วนใหญ่จะใช้ต่อท้ายชื่อเด็ก เป็นวิธีเรียกที่แสดงความเอ็นดู เช่น ともこちゃん、 まりちゃん เป็นต้น

                        ~くん หรือ คุง นั้นจะเรียกต่อชื่อเด็กผู้ชาย หรือผู้ชายที่อายุน้อยกว่า เช่นたけしくん、まことくん เป็นต้น

        8 การทักทายและแนะนำตัว

                ในอดีตและสังคมปัจจุบันมีการพบปะพูดคุยธุรกิจกันมากมาย คนญี่ปุ่นเป็นคนที่สุภาพมาก..เพราะฉะนั้น การแนะนำตัวครั้งแรกนั้นเป็นสิ่งสำคัญและหากจำชื่อคนๆนั้นไม่ได้            จะถือว่าเป็นสิ่งที่เสียมารยาทเป็นอย่างมาก แทบจะไม่อยากทำธุรกิจร่วมกันเลยทีเดี่ยว
                        การทักทาย
                               ในตอนเช้า.. [ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ ตี4ถึง11.59]

                                おはよう (โอ-ฮา-โย) :: สวัสดี
                                おはよう ございます。 (โอ-ฮา-โย โกะ-ซา-อิ-มาซ) :: สวัสดี [สุภาพกว่า]

                                ในตอนบ่าย.. [12.00-5โมงเย็น]

                                こんにちは (คน-นิ-จิ-วะ) :: สวัสดี[ในตอนเย็น]

                                ในตอนกลางคีน.. [หกโมงเป็นต้นไป]

                                こんばんは (คม-บัง-วะ) :: สวัสดี[ในตอนกลางคืน]

                                และก่อนนอน..

                                おやすみなさい (โอ-ยา-ซึ-มิ-นา-ไซ) :: ราตรีสวัสดิ์

                                การลา..

                                さようなら (ซะ-โย-นะ-ระ) :: ลาก่อน

                                またあした (มา-ตา-อา-ชิ-ตะ) :: (ไว้)เจอกันพรุ่งนี้
                                [あした=พรุ่งนี้]

                                またあまいしょう (มา-ตา-อา-มา-อิ-โช) :: (ไว้)เจอกันใหม่

                                การแนะนำตัว

                                ในการแนะนำตัวกันครั้งแรกเลยนั้น ต้องพูดว่า

                                はじめまして。わたしは _(ชื่อเรา)_ です。 どそ よろしく おねがいします。
                                (ฮาจิเมะมาชิเตะ วาตาชิวะ _(ชื่อเรา)_ เดซ โดโซะ โยโรชิคุ โอเนงาอิชิมาซ)
                                 ยินดีที่ได้รู้จัก ฉัน(ผม)ชื่อ ____ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ[คับ]
                                わたしは タイ人「じん」 で 16 さい です。 わたしは こうこういちねんせい です。
                                 ฉันเป็นคนไทย อายุ16ปี ฉันอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่1[ม.4]

        การสนทนาทั่วๆไป

                นี่เป็นตัวอย่างบทสนทนาอย่างง่ายๆ ที่นิยมพูดกัน

                        Aさん : おはよう。
                        (คุณA : สวัสดีค่ะ)
                        Bさん : おはよう。
                        (คุณB : สวัสดีครับ)

                        Aさん : おげんきですか。
                        (คุณA : สบายดีมั้ยคะ)
                        Bさん : げんきです、 あなたは。
                        (คุณB : สบายดีครับ คุณหล่ะ)
                        (Bさん : はい、おかげさまでげんきです。)
                        (คุณB : ด้วยร่มโพธิ์ร่มไทรของคุณ ผมสบายดีครับ..*สุภาพมาก*)
                        Aさん : わたしも げんきです。
                        (คุณA : ฉันก้อสบายดีค่ะ)

                        Aさん : あなたは どこですか。
                        (คุณA : คุณจะไปไหนหรือคะ)
                        Bさん : デパ-トです。
                        (คุณB : ไปห้างสรรพสินค้าครับ)

                        Aさん : ああ、そうでか。 さようなら。
                        (คุณA : อ๋อ งั้นหรือคะ..ลาก่อนนะค่ะ)
                        Bさん : さようなら。
                        (คุณB : ลาก่อนครับ)

        9 การตอบรับและการปฏิเสธ

                การตอบรับ
                        การตอบรับ สามารถตอบรับได้หลายวิธี เช่น..

                                คำถาม :: あなたは チャ―ンミン ですか。

                                คำตอบแบบที่1 :: はい。[similar to 'YES' in English]
                                คำตอบแบบที่2 :: はい、 そうです。 (แปลว่า เป็นเช่นนั้นค่ะ/ครับ)
                                คำตอบแบบที่3 :: はい、 チャ―ンミン です。 [ตอบแบบทวนคำถาม]

                การตอบปฏิเสธ
                        การตอบปฏิเสธก้อสามารถตอบได้หลายวิธีเช่นกัน เช่น..

                                คำถาม :: ソッムシ―さんは いしゃですか。

                                คำตอบแบบที่1 :: いいえ。 [similar to 'NO' in English]
                                คำตอบแบบที่2 :: いいえ、 ちがいます。 (ちがいますแปลว่า ไม่ใช่ค่ะ/ครับ)
                                คำตอบแบบที่3 :: いいえ、 いしゃではありません [ตอบโดยเปลี่ยนภาคแสดงให้เป็นปฏิเสธ]
                                คำตอบแบบที่4 :: いいえ、かいしゃいんです。 [ตอบแบบบอกสิ่งที่ถูกต้อง]

        10   การขอบคุณและการขอโทษ

                        การขอบคุณ

                                ありがとう (อา-ริ-กา-โต):: ขอบคุณ
                                ありがとう ございます。 (อา-ริ-กา-โต โกะ-ซา-อิ-มาซ) :: ขอบคุณค่ะ(ครับ)
                                どうも ありがとう (โด-โมะ อา-ริ-กา-โต):: ขอบคุณมาก
                                どうも ありがとう ございます。(โด-โมะ อา-ริ-กา-โต โกะ-ซา-อิ-มาซ) :: ขอบคุณมากค่ะ(ครับ)

                        การตอบรับการขอบคุณ

                                どういたしまして (โด-อิ-ตา-ชิ-มา-ชิ-เตะ) :: ไม่เป็นไรค่ะ(ครับ)
                                こちらこそ (โคะ-ชิ-ระ-โค-โซะ) :: ด้วยความยินดีค่ะ(ครับ)

                        การขอโทษ

                                すみません。 (ซึ-มิ-มา-เซน) :: ขอโทษ(ค่ะ/ครับ)
                                *เอาไว้ใช้เมื่อทำผิดเล็กๆน้อยๆ เช่น เวลาไปเหยียบเท้าใคร หรือว่า เอาไว้ใช้แทนexcuse meก้อได้*

                                ごめんなさい。 (โกะ-เมน-นา-ไซ) :: ขอโทษ(ค่ะ/ครับ)
                                *เอาไว้ใช้เมื่อทำผิดแรงๆ เช่น ขับรถชนหมาใครตาย..ประมาณนั้น*

                                ほんとうに ごめんなさい (ฮน-โท-นิ โกะ-เมน-นา-ไซ) :: ขอโทษ(ค่ะ/ครับ)
                                *เอาไว้ใช้เมื่อทำผิดร้ายแรงมาก เช่น ไปทำจานใบละ10ล้านแตก..ประมาณนั้น*

                        การตอบรับการขอโทษ

                                いいですよ (อี-เดซ-โยะ) :: ไม่เป็นไร [that's ok]
                                ごしんぱいなく (โกะ-ชิน-ไพ-นา-คุ) :: ไม่ต้องห่วง [dont worry about it]
                                きに しないで (คิ-นิ ชิ-นะ-อิ-เดะ):: ช่างมันเถอะ [never mind]
                                しんぱい しないで (ชิน-ไพ ชิ-นะ-อิ-เดะ):: ไม่เป็นไรหรอก [that's all right]


ทำเนียบมัคคุเทศก์ภาษาญี่ปุ่น
 อีเมลล์ : info@arukithai.com
 
เรียนภาษาญี่ปุ่น เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับ ภาษาญี่ปุ่น nihongo ภาษาญี่ปุ่น japaneseประเทศญี่ปุ่นคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นคนญี่ปุ่นสังคมญี่ปุ่นเกี่ยวกับญี่ปุ่น