แต่ตอนมีปัญหานั้นดูนิ่งมาก?
มันต้องมีสติ เราไม่ได้เป็นคนเก่ง หรือแน่มาจากไหน แต่จะโวยวายเลยเหรอ คิดฆ่าตัวตายหรือทางออกด้วยวิธีไหน เราก็คิดว่ามันไม่ถูกต้อง มันก็ต้องแบบค่อย ๆ นิ่ง ตั้งสติให้ดี มีสติ แล้วค่อย ๆ คิด และบวกกับว่าเราก็โชคดีที่มีคนรอบข้างที่ดี พี่น้องเพื่อนฝูง ที่แบบคอยให้สติคอยให้กำลังใจ
พอกลับมาทำงานก็มีข่าวที่ว่าถูกถอดจากละคร เปลือกเสน่หา?
ข่าวไม่มีอะไรเลย ทุกคนก็ยังงงกันอยู่ ก็เข้าใจธุรกิจของการทำหนังสือ การเป็นข่าวจะต้องมีอะไรให้กระตุ้นอยู่ตลอดเวลา อันนั้นต้องเข้าใจในส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งควรจะเห็นใจคนอ่าน เขาจะงงอันไหนจริงอันไหนปลอม การกลับมาคราวนี้ก็ต้องตั้งใจทำงานรับผิดชอบให้เต็มที่ที่สุด แหม่มก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องกลับมาแล้วต้องเจ๋ง แต่มันเป็นเรื่องของอาชีพที่เรารัก วงการบันเทิงเป็นอาชีพที่แหม่มทำมาตลอดไม่เคยทำอาชีพอื่นเลยตั้งแต่เรียนหนังสือด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเราก็รักและผูกพันไปแล้ว เราก็แค่ขอเป็นส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ในการทำงานอาชีพนี้ให้ดีที่สุด ถ้าเราไปอึดอัดกับมัน ไปเครียดกับมัน จะเป็นผลกระทบให้กับงานแล้วก็รวมถึงตัวเองด้วย
ยอมรับกับเสียงวิจารณ์ที่จะเกิดขึ้น?
ยอมรับมาตลอด บางทีเสียงวิจารณ์ มันทำให้หมดกำลังใจนะ แต่ที่ผ่านมามันเจอเยอะเหมือนกัน เราต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริง อย่างที่บอกแหม่ม ไม่ใช่เป็นใครที่แน่ เราไม่เคยรับไม่ได้กับคำวิจารณ์ รับได้เพราะเราถือว่าคำวิจารณ์ ทุกคำเป็นสิ่งที่จะมาช่วยให้เราพัฒนาต่อไป มีคนรักแล้วก็มีคนเกลียด คุณมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณมาปุ๊บแล้วจะเจ๋งตลอด ซึ่งดีเสียอีกที่ช่วยติกันเข้ามาติเพื่อก่อ ไม่ใช่ว่าแบบต่อให้ทำดีแค่ไหนก็ติ มันก็แย่เหมือนกัน เคยเสียกำลังใจมาก ๆ ไหม?
เหนื่อยมากกว่า แล้วมันก็มีบางช่วง เราเป็นมนุษย์ก็มีท้อ โห...เหนื่อยจังเลย กับสิ่งที่เกิดขึ้นอะไรต่าง ๆ แต่ว่าต้องมีสติ โชคดีที่เรามีคนรอบข้างที่แบบคอยให้กำลังใจคอยเตือนสติว่าต้องทำอย่างไรต่อไป เราต้องเข้มแข็ง เรามีลูกแล้วนะ ต้องยืนหยัดเพื่อลูก ตอนนี้เราจะมีน้องแม็ค แหม่มก็ยังรู้สึกมีบุญที่ยังได้เกิดมาเป็นน้องพี่วิลลี่ เกิดมาเป็นลูกแม่ ลูกพ่อ แล้วก็มีญาติพี่น้องที่ดี เพื่อนฝูงที่ดี และยังมีแฟน ๆ ที่ยังคงให้กำลังใจ ทุกวันก็ยังมีแฟนคลับให้กำลังใจ แฟนคลับที่รู้สึกว่าไม่ใช่แฟนคลับแล้ว แต่จะเป็นเหมือนพี่น้อง
การถูกมองเป็นไอดอลทำให้ใช้ชีวิตลำบากรึเปล่า?
อันนี้มันก็ต้องย้อนไปตอนที่แหม่มเข้าวงการก็เป็นเด็กผู้หญิงธรรมดานี่แหละ พอเข้าวงการเราก็เหมือนถูกให้เกียรติ ในการเป็นไอดอลในใจใครหลาย ๆ คน เราก็พยายามทำตัวดีมาตลอด มีวินัย ตรงเวลา รับผิดชอบ ไปลามาไหว้ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ที่เราทำงานกันมา 10 กว่าปี รวมทั้งหน้าที่ทูตยูนิเซฟด้วย ก็มีคนที่มองแบบเรามาเป็นตัวอย่าง เราก็พยายามอยู่แล้วที่จะเป็นแบบอย่างที่ดี แต่แน่นอนมันก็คงมีที่เราก้าวพลาดโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้เจตนาแล้วไม่อยากจะทำให้ใครเสียใจ หรือผิดหวังอะไรเลยแต่ว่ามันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว อย่าว่าแต่คนอื่นเลย ตัวเรานั่นแหละเราก็ผิดหวังเหมือนกันว่า มันไม่น่าเกิดขึ้นเลยทำไมเราจึงพลาดไป แต่พลาดมันก็คือพลาด ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ซึ่งก็ทำให้คุณแม่ ครอบครัว พี่ชาย แฟนละครผิดหวัง มันก็เฮิร์ตพอสมควรอยู่แล้ว แต่ ณ วันนี้เราก็อยากเดินหน้าไปให้ดีที่สุดเพราะว่าเราก็มีหน้าที่ เราเป็นแม่ของแม็ค เพราะฉะนั้นเราก็อยากเป็นแม่ที่ดี พยายามเลี้ยงลูกให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างที่บอกค่ะว่าน้อมรับแล้วก็ขอโทษทุก ๆ คนจากใจจริงอยู่แล้ว แม็คก็ขวบครึ่งกำลังจะสองขวบแล้ว แหม่มขอพื้นที่เล็ก ๆ พื้นที่หนึ่งให้ใช้ชีวิตและเดินหน้าต่อไป
ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่อะไร?
แน่นอนลูกชายของเราก็เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เราต้องดูแลรับผิดชอบเขา และเป็นหน้าที่เราดูแลรับผิดชอบและก็เป็นความสุขของเราด้วยที่ดูแลรับผิดชอบเขา พาเขาไปให้ตลอดรอดฝั่งเท่าที่เราจะทำได้ให้ไกลที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างอื่นไม่มีความสุขเลย ความสุขแหม่มก็ยังได้ทำงานอยู่ในวงการบันเทิงได้อยู่ใกล้ครอบครัวอย่าง พี่วิลลี่ คุณแม่ เพื่อนฝูง น้องแฟนคลับ
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้อยากจะยอมรับกับคำว่า เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง ไหม?
แหม่มขอบคุณมาก ที่ได้ฉายา มันก็เป็นฉายาที่ให้กันกับบทบาทกับภาพที่เห็น แต่ในชีวิตจริงมันไม่ได้ เราก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง เราไม่มีคุณสมบัติที่เป็นเจ้าหญิง เผอิญได้รับบทบาทให้ดูเหมือนเป็นเจ้าหญิง แต่ว่าไม่ดีกว่าค่ะ ไม่ขอรับเพราะว่าเราไม่ใช่เจ้าหญิง
มองวงการบันเทิงอย่างไร?
วงการบันเทิงก็พยายามเปิดตัวให้เหมือนกับที่ทั่วโลกเป็น แล้วก็คงพยายามพัฒนาตัวเอง ทุก ๆ วงการมันก็พัฒนาก้าวไปเร็วก็ดี แต่ก็จะมีข้อเสียอย่างที่เราเห็น ๆ เริ่มมีแอบถ่ายตามสถานที่ต่าง ๆ แต่ถ้าให้พูดถึงวงการบันเทิงในแง่ของการทำงาน อยู่ที่ทุก ๆ คนต้องช่วยกันว่าพัฒนาไปได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นละคร รายการ ต้องสอดแทรกประโยชน์ด้วย และยังสอดแทรกฝีมือ ประเทศเราพื้นฐานเป็นคนมีน้ำใจ โอบอ้อมอารี อย่าแบบพยายามเป็นศัตรูกัน มีแต่จ้องจับผิด แหม่มว่ามันไม่ดีต้องหาวิธีการที่จะพัฒนาขึ้นไป
แหม่มมีความคิดเห็นกับสื่อบ้านเราอย่างไร
พูดยากนะถ้าจะให้แสดงความคิดเห็นก็จะต้องโดนสื่อวิจารณ์อีก ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี แต่ว่าในมุมของแหม่มเข้าใจว่าจะต้องมีเขียนอะไรแบบกัดจิกเล็กน้อย ให้มันมีสีสันน่าสนใจ แต่แหม่มว่าสำคัญสุดอย่าไปทำลาย คนคนนั้นถูกทำลายไปเลย หรือชีวิตเขาถูกเปลี่ยนไปเพราะคุณ อันนี้แหม่มว่ามันรุนแรง เช่น สมมุติว่า คุณเขียนถึงใครสักคนหนึ่งที่เขาก็เป็นคนปกติธรรมดาที่มีความคิดดี เป็นคนดี แต่เขียนทำให้ภาพเขาเปลี่ยนไปจนเป็นอีกแบบ คนอ่านหนังสือมีสิทธิที่จะได้รับข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริง คนอ่านเขาก็จะเชื่อไปตามสื่อของคุณ การมีสื่ออยู่ในมือนี้ คุณก็ควรจะต้องนำเสนอข่าวสารที่ถูกต้อง มีสีสันบ้างเหมือนเป็นน้ำจิ้ม สื่อที่กัดไม่ปล่อยอันนี้ก็น่ากลัวเหมือนกันนะ ก็ไม่รู้จะกัดกันไปถึงไหน บางทีอยากถามเจตนาว่าต้องการอะไร สนุกหรือเปล่า หรือมันทำให้หนังสือคุณขายได้ มันช่วยในเรื่องของการดำรงชีวิตหรือเปล่า ไม่อยากเห็นหน้าคนคนนี้อีกแล้วหรืออะไร แหม่มว่าบางทีมันก็ไม่แฟร์สำหรับคนที่โดนเหมือนกันว่าจะเอาอะไรกันแน่ มันทำให้สูญเสียความเป็นตัวตนเหมือนกัน พลาดไป 1 ครั้ง คุณก็กัด และไม่รู้ว่ากัดถึงเมื่อไหร่ แล้วจะอย่างไรต่อไป แล้วก็บอกเขาว่าให้ออกไปจากวงการ กัดแล้วให้โอกาสในการปรับตัวปรับใจไหม หรือยังเห็นเขามีความสามารถในวงการบันเทิงหรือไม่ หรือว่าเขามี แต่ไม่เอาแล้ว มันก็พูดยากเหมือนกัน
ทุกวันนี้ถือว่ามั่นคงในชีวิตหรือยัง?
ในเรื่องของปัจจัย เรื่องของเงินก็ไม่ได้บอกว่ารวยล้นฟ้า ก็อยู่ได้ ถ้าแหม่มไม่ได้ทำงานในวงการบันเทิง บีบี๋เค้าก็บอกว่าไม่เป็นไร แต่ว่าเราก็ยังรักอาชีพนี้ เรายังเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถพัฒนาอาชีพนี้ที่จะทำความสุขให้รอยยิ้มกับประชาชน
อยากฝากอะไรถึงใครไหม?
ฝากถึงทุกคนนั่นแหละ เราภูมิใจเถอะว่าเราเป็นคนไทย แต่เราอย่าลืมว่าคนไทยเป็นคนโอบอ้อมอารีช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้อภัย ให้โอกาส นี่ไม่ใช่มาเกี่ยวข้องกับชีวิตแหม่มนะคะ ตัดแหม่มออกไป กับทุก ๆ คนนั่นแหละ บางทีคนเรามันเอื้ออาทรกันสามัคคีกันเถอะ พูดโดยรวมไม่ใช่เฉพาะของวงการบันเทิง จ้องจับผิดนี่มันง่าย แต่เราเอาเป็นว่าจะช่วยกันนำพาให้ประเทศเจริญก้าวหน้า หรือแม้กระทั่งว่าวงการบันเทิงเรา ไม่ใช่ว่าหันหน้ากันไปแล้วไว้ใจกันได้หรือเปล่าอะไรอย่างนี้ แหม่มก็ยังมีภาพที่ดีของวงการบันเทิงในสมองอยู่ เจอนักข่าวคนนี้ สวัสดีค่ะ เป็นเหมือนครอบครัวเป็นเหมือนความอบอุ่น แหม่มว่าไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าต้องไปซูฮกผู้ใหญ่คนนี้ไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องโดนด่า หรือเป็นพวกคนนี้เอาไว้ดีกว่า
นี่คือความในใจของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป วันนี้เราได้เห็นแง่มุมความคิดอีกด้านของเธอ แม้ชีวิต ในโลกของมายา อาจจะสะดุด แต่ โลกแห่งความเป็นจริง ชีวิตเธอก็ยังดำเนินต่อไป...
คนกลาง : เรื่อง
นิกสิทธิ์ วงศ์สวัสดิ์, ทรงวุฒิ โคสิตารัตน์ : ภาพ |